วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

Do not eat at "Bar"

หลังจากการเดินอันแสนเหน็ดเหนื่อยในวัแรกเราก็ได้ทำการเสี่ยงโชคโดยการสุ่มร้านอาหารอิตาเลียนมาร้านนึงสำหรับข้าวเย็น ที่บอกว่าเสี่ยงโชคเพราะว่าตอนบ่ายเราได้เสียค่าโง่เข้าไปกินในร้านๆนึงไกล้ๆโรงแรม ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนข้าวแกงบ้านเรา แต่เป็นอิตาเลียนร้านพวกนี้จะเรียกตัวเองว่า "Bar" หรือ "Snack Bar" พอเข้าไปมันจะเหมือนๆกันทุกร้าน มีแซนวิชสีสันสวยงามตระการตาน่ากินไปหมด แล้วก็จะมีอาหารแบบสั่งตักด้วย กินกันสองคนโดนไปราวๆเกือบ 40 ยูโร เย็น + ห่วย + ไม่อร่อย + แพง @#$% !!




คือเสียดายตังค์สุดๆ ยิ่งพอได้กนมื้อเย็นยิ่งเสียดายตังค์ตอนเที่ยงมากขึ้นเพราะ มื้อเย็นเนี้ย ทั้งสดกว่า อร่อยกว่า(เยอะ) บวกเบียร์เย็นๆ อีก 2 แก้วยังไม่แพงเท่าไอ้ "Bar"นั้นเลย ร้านอาหารเย็นที่เราไปกินชื่อ Bella Roma อยู่ติอถนน Cavour ตัดกับกับถนน Farini และ Antonio Rosimini (google map ช่วยคุณได้)




เรื่องอาหารเนี้ยมีคนเตือนตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่าไปกินในบาร์แต่ไม่รู้ว่ามันหมายถถึงบาร์แบบนี้นึกว่า บาร์เบียร์ ....




วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

ถึง Italy พร้อมข่าวดีจากกรุงเทพ

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น คุยงานสองวันที่ Koln และแล้วเราก็มาเหยียบ เมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึงของโลก พอลงรถไฟที่ Roma Terminal Station ปุ๊บก็เริ่มเดินทาง (เดิน)ไปโรงแรมทันที่ (โรงแรมอยู่ประมาณ 2 บล๊อกจากสถานี) จะได้มีเวลาสำรวจเมืองนี้ให้เต็มที่ .... ก่อนมาโรมเรามีการวางแผนกันไว้ว่า

วันแรก: ถึงบ่ายๆ เข้าที่พัก กินอาหารอิตาเลียน ไปน้ำพุ Trevi แล้วก็ไปไหนก็ไป
วันที่สอง: ไปนครวาติกัน แล้วเราจะมี Ancient Rome bus tour สามชม. ตอนบ่าย (ฟังดูดี)
วันที่สาม: ตื่นเช้านั้งรถไฟไปฟรอเรนซ์ จะได้ทัน morning Florence walking tour สามชม.เช้า แล้วก็ไปดู gallery(s) ต่างๆๆ
วันที่สี่: ไป ปิซ่า
วันที่ห้า: ยิงตรงจาก ฟรอเรนซ์ไปสนามบิน Fiumicino, Roma
โบสถ์ S. Maria Maggiore ข้างโรงแรม
หน้าห้องแบบ open air ที่โรงแรม Mecenate Place Hotel

อาหารมื่อแรกที่โรม (แพงเวอร์)
น้ำพุ Trevi
แต่ปรากฏว่าวันแรกเนี้ยด้วยความบ้าพลังของเราโดยเฉพาะคุณพี่ เดินไปเดินมาเดินผ่านหมดเลยทั้ง Colossium, Roman forum, Vittorio Emanuele II และอื่นๆอีกมากมาย คิดเลยว่า "กูไม่น่าจองทัวร์เลยยย" แถมยังมีเวลาไปชอปปี้งที่บันไดเสปน Spagna อีก คือที่แรกดูจากแผนที่แล้วมีความรู้สึกว่าเมืองมันใหญ่นะ ... คงเดินไม่ครบ ที่ไหนได้เดิน 2 วันเต็มๆก็คงได้ดูที่ๆควรดูกันครบแล้ว แถมซ้ำได้ข่าวจากกรุงเทพมาว่าพวกคุณ พธม. ก็ยังปิดสนามบินอยู่ทำให้เที่ยวบินของเราต้องเรื่อนออกไปอีก 2-3 วัน สงสัยจะยาวคราวนี้ (จะว่าไปเราสองคนก็โชคดีนะ ดวงมันจะได้เที่ยวอะ เพราะพวกคุณเสื้อเหลืองเนี้ยเดินทางมาปิดดสนามบินหลังจากเครื่องเราขึ้น คือถึงเยอรมันก็มีข่าวสนามบินปิดทันที)
โครอสเซียม
บันไดเสปน
"....... เอ๊ะ !! หรือเราจะไป Milano กันดี .......? " said Goff

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

Perfect(ly) "sucks" plan !! Part 2

พอมีคนร่วมเดินทางเราจะคิดเองเออเองไม่ได้อีกต่อไปเพราะเราไม่รู้ว่าเค้าจะโอเคกับแผนเราหรือไม่ แต่ด้วยความที่เราสนิดกันมากทำให้มั้นใจได้เลย...ว่าแผนที่เตรียมใว้เนี้ย ไม่ผ่านชัวร์ ก็เลยต้องมีการรื้อแผนกันเกิดขึ้น ข้อ 1 โรงแรมต้องดีขึ้นสักน้อย 2 เมื่อคนเพิ่มค่า..ทุกอย่างก็เพิ่มดังนั้น Rome - Pisa - Rome ก็ไม่ work ละบวกกับข้อเรียกร้องที่ว่า Florence must go! ก็เลยต้องยกเลิกตั๋วและโรงแรมกันอุดตะหลุด แล้วด้วยความที่เราจองโปรแกรมทัวร์ไปแล้ว 2 อันพอรองเพิ่มฟรอเรนซืเข้าไปก็เลยออกมาเป็น Koln- Rome - Florence - Rome - Pisa - Bangkok มันดูแปลกๆเพราะมัวแต่เสียดายกลัวโดนหักเงินแต่พอมาคิดดู ถ้าเป็นแบบนี้ ตายยยแน่เพราะค่ารถไฟไปกลับก็ตายยยแล้ว..... ก็เลยต้องยอมโดนหักแล้วสุดท้ายก็เลยลงตัวที่ Koln ---> Rome ---> Florence ---> Pisa ----> Bangkok ซึ้งพอมาคิดๆดู การวางแผนของเราตอนแรกเนี้ย...ชั่งห่วยสิ้นดี ยิ้งพอได้ไปฟรอเรนซ์ ยิ้งรู้สึกว่า .... เกิบแล้วกู Thanks G!

Koln - Rome

Rome Central Station

Perfect(ly) "sucks" plan !! Part 1

เข้าไป google แล้วพิมพ์คำจำกัดความที่ชัดเจนมาก "Rome in two days" ลองดูนะขึ้นมาเพียบเลยขอมูลพวกนี้มีประโยชน์มาก..ช่วยได้เยาะ พอเริ่มรู้ว่าอะไรอยู่ตรงใหนก็หาแผนที่มาดูอีกเช่นเคยทุกอย่างเราหาได้ที่ Google


หลังจากนั้นก็เริ่มจองโรงแรมทางเน็ตเพราะมันราคาถูกกว่า .... ดูโรงแรมประมาณ 3-4 ดาวที่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟ เพราะเราต้องเดินทางขึ้นลงรถไฟอย่างน้อยก็ 4 ครั้งหลักๆ ที่ต้องแบกกระเป๋าเดินทางไปมา ..... ก็ยังโอเคพอหาๆไปก็มีความคิดอีกว่า ถ้าเราไปคนเดียวแล้วจะถ่ายรูปยังงัยดีหละเนี้ย คิดมาก็คิดไป Google can help ?!?! มันช่ยวได้ยังงัยวะ! แค่พิมพ์ไปว่า "Walking tour in Rome" ทีแรกก็นึกว่าขำๆ จะบ้าหรอ แต่ปรากฎว่า ..... เพียบเลยครับ แสดงว่าโลกนี้ยังมีคนที่คิดเหมือนเรา เออออออออดีนะจะได้ให้ไอ้พวกที่เดินด้วยกันเนี้ยถ่ายให้ พวกมันก็คงเหมือนๆกันหนะแหละ มากันเอง หาคนถ่ายรูปให้ ก็เลยตัดสินใจเลือกมาอันนึงแล้วก็จองไป 2 โปรแกรม ทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัวทั้งการเดินทาง+เที่ยว+ที่พัก เพราะจองและจ่ายไปเกือบหมด รับประกันว่าไม่มีการตกรถตกเรือ หรือทัวร์เต็ม สบายยย .... แต่หารู้ไม่ว่าพวกรถพวกเรือ หรือทั่วร์ มันไม่มีทางเต็ม!!!! ไอ้โง่

แล้วงัย... ต่อมาสิ่งที่ไม่ได้เคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมีคนตัดสินใจจะร่วมเดินทางไปกับเรา ....อุ๊บบบส์ .... ชิหายละจองไปหมดแล้ว !! แต่เอาวะก็ดีมีคนไปเป็นเพื่อน คนๆนั้นก็คือพี่ชายคนกลางที่แสนดีนี้เอง ... thanks goodness I will have someone take a pic for me ... ที่ว่าชิหายคืออะไร คือพี่ผมมาตัดสินใจจะไปไอ้ตอนก่อนเดินทางประมาณหนึ่งอาทิตย์ ดังนั้นผมต้องดำเนินการจองตั๋ว GERMANWINGS ผ่าน eDreams.com จาก โคโลญจน์ไปโรมให้เค้าซึ้งก็ยังโชคดีที่มันเหลือ 3 ที่สุดท้าย ... ตอนแรกจากกรุงเทพคุณพี่เค้าจะตามไปที่โรมเลย (ไม่ยอมไปดูงานด้วยกัน) ถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ง่ายไม่ต้องเปลี่ยนช่วง 3 วันแรก แต่สุดท้ายก็ต้องไปทำงานเพราะผู้ใหญ่(ผู้ออกเงิน)สั่งมา.... คือต้องบอกก่อนว่าพี่เค้าเป็น Graphic designer (Art director) ของหนังสือ magazine เล่มหนึ่ง 2 (ด้วยมารยาทเราจะไม่บอกชื่อหนังสือได้) แต่ผมทำธุรกิจครอบครัวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ..... งานที่ไปก็เกี่ยวกับน้ำ สื้งแวดล้อม .... แล้วพี่เค้าจะรู้เรื่องมั้ยเนี้ย ? Anyway ....

นิทานเรื่องนี้สอนเราว่าถ้าไม่แน่นใจอย่าเพิ่งจ่ายตังจองอะไรทั้งนั้นเพราะคุณอาจจะเสียค่ายกเลิกและค่าเปอร์เซ็นบัตรเคดิตแบบศูนย์เปล่า .... แพงด้วยเหอะ

Perfect Plan .....

มาเริ่มกันที่โรม่า ... ที่ได้ไปเพราะว่าต้องไปทำงานที่เยอร์มันประมาณ2-3วันเลยมาคิดๆว่าจะไปใหนดี ที่คิดไว้ตอนแรกก็มี Barcelona, Copenhagen หรือ Brussel ไม่ได้มีโรมอยุ่ในหัวเลยย...แต่พอคิดไปคิดมาอยู่ๆก็มีรูปของหอปิซ่ากับกาลิเลโอเข้ามาในหัว

(จริงๆมันเอน(เอียง)มาก)

"เออออ..หนึ่งใน 7 สิ่มหศจรรย์ยุคเก่า....เอออ...ก็น่าสนดีนะ แล้วถ้าเราไปอิตาลีเราก็จะได้ไปโรมด้วยหนะซิ .... โครอสเซียม โรมันฟอร์รัม แพนธีออน นครวาติกัน และ Deisel Outlet!! โอเค....ซื้อ!! พอตัดสินใจก็เริ่มวางแผน+เวลา เริ่มจาก เปิดดูแผนที่ในเน็ต googlemap ว่าเมืองใหนอยู่ใหน จากนั้นเราต้องมาดูกันว่าเรามีเวลามากน้อยแค่ไหน สำหรับผมๆ ต้องไปทำงานก่อน 2-3 วัน ดังนั้นถ้าผมจะเที่ยวต่อก็ไม่ควรให้เกิน 10 วัน (รวมการเดินทาง) พออ่านๆข้อมูลไปก็พอจะรู้ว่าเมืองปิซ่าไม่มีอะไรเลยดังนั้นวันเดียวก็น่าจะเกินพอ "ทำงาน 3 ปิซ่า 1 เดินทาง 2 เฮ้ยยยยยย มีเวลา ที่โรมตั้ง 4 วันเยอะป่าววะเนี้ย" โอเคๆ งั้น ฟลอเรนซ์หละ??? ไม่เอาดีกว่า เปลือง ....

OK!!! สรูป: Bangkok ---> Koln ---> Rome ---> Pisa ----> Rome ---> Bangkok

และแล้วการปฎิบัติการก็เริ่มขึ้น .... เริ่มจากจองตั๋วเครื่องบินไป Bangkok-Frankfurt แล้วค่อยนั้งรถไฟไป โคโลญจน์ ทำงานเสร็จก็นั้ง Low cost air ไปกรุงโรม มีเวลาในกรุงโรมวันครึ่ง ก่อนตื่นแต่เช้าขึ้นรถไฟไปปิซ่า แล้วตอนเย็นค่อยกลับมาโรม อยู่อีกหนึ่งวันเต็มๆ แล้วก็ขึ้นเครื่องกลับ Rome-Bangkok. ...... คิดในใจ PERFACT!! What a plan!!

เริ่มต้น

เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะ..ผมต้องเดินทางไป(ทำงาน+เที่ยว)ที่ต่างประเทศประมาณปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง แต่ในแต่ละการเดินทาง...ผมมีเวลาและงบที่จำกัดเหลือเกินหรืออาจจะพูดได้ว่าผมมีเวลาเพียงแค่เชี่ยวผ่านเมืองนั้นๆ เท่านั้น ..... เพียงแค่ผ่านมาแล้วดมกลิ่นของมันให้เต็มปอดแล้วก็ผ่านไป 55 แต่อันที่จริงก็ไมได้แย่ขนาดนั้นหรอก ... เมืองละ 1-2 วันหละครับ เฮ้ยยยย ... เข้าเรื่องดีกว่า...จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรหรอกนะก็แค่อยากเอารูปมาลงแล้วก็เล่านุ้นเล่านี้ให้อ่านกันเผื่อบางอย่างมันจะเป็นประโยชน์กับบางคนที่ต้องทำหรือเป็นเหมือนๆกัน
เมืองที่เคยผ่านไปก็มี Koln, Frankfurt, Paris, London, Amsterdam, Rome, Florence, Pica .... ราวๆนั้น